My new phone iPhone

เหตุการณทั้งหมดที่เกิดขึ้น 

19 Sep
สั่งของจากเว็บ Apple.com
- INCASE MOLDED RUBBER CASE- RED-USA
- POWER SUPPORT CRYSTAL FILM - IPHONE-USA
- IPHONE 8GB-USA

จากนั้นเข้าไปยกเลิก INCASE RED ไป แล้วสั่ง INCASE SLATE แทน
- INCASE MOLDED RUBBER CASE- SLATE-USA
- POWER SUPPORT CRYSTAL FILM - IPHONE-USA
-
IPHONE 8GB-USA

เนื่องจากเป็น Order ที่ยังไม่ได้เตรียมของเพื่อ Shipping เลย Cancel ของในรายการที่สั่งได้โดยไม่เสียค่าใช่จ่าย
(มีสินค้าบางอย่างของ Apple ที่มายกเลิก Order ทีหลังแบบนี้ไม่ได้เช่น ตัวเครื่อง iPhone เป็นต้น)
แต่ของที่สั่งจาก Apple จะ Free Shipping เมื่อซื้อตั้งแต่ $50 ต่อ 1 Order เท่านั้น
เลยต้องเสียค่า Shipping ของ INCASE MOLDED RUBBER CASE- SLATE-USA แยกออกมาต่างหากอีก $4

ขั้นตอนสั่งซื้อจากเว็บ เป็น Flow ที่ประทับใจมากทุกอย่างรวดเร็วและเช็คได้อยู่ตลอดเวลา
ชอบ  http://www.apple.com/OrderStatus มาก ใช้ apple account หรือ order no. + zipcode เข้าระบบไปดู Order Status ที่เป็น Order History ได้

ที่น่าสนใจคือ หลังจากซื้อไปแล้ว user ยังสามารถแก้ใข เปลี่ยนแปลงข้อมูลของแต่ละ order ได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา
โดยจะมี email ไป confirm การแก้ใข order ด้วย (ต้อง login ด้วย apple account เท่านั้นถึงจะแก้ใข order ได้)

อีกจุดนึงที่สังเกตุเห็นก็คือ interface ของเว็บ ไม่ว่าจะดูจาก Browser อะไรก็แสดงผลถูกต้อง เลยไปแอบ view source ดู พบว่า ก็มี  <!--[if IE 6] <!--[if IE 7]  อยู่เหมือนกัน

20 Sep
apple ส่ง email มาบอกว่าส่งของไปที่  Fedex แล้่ว โดยจะแยกส่ง เป็นชิ้นๆ ไม่ได้มารวมกันทีเดียว
(เข้าใจว่า ของแต่ละอย่างที่ขายใน apple store คงมาจากคนละแหล่ง เลยต้องแยก shipping)

ใน email ที่ส่งมาก็จะมี Tracking number ของ Fedex มาด้วย ระหว่างนี้ก็เลย นั่ง refresh หน้า tracking อยู่ทุก 1 ชม.

บริการส่งพัสดุ เจ้าดังๆแบบนี้ จะ update status เร็วมาก แถมพอมีคนรับของแล้วยังกดเข้าไปดูลายเซ็นคนรับของได้อีก เยี่ยมจริงๆ

21 Sep
ของ 2 ชิ้่นแรกมาส่ง (INCASE กับ FILM) ...อ่าวแล้วเครื่องล่ะ ไปเช็ค tracking ปรากฎว่า  Fedex ไปส่ง 2 ครั้งแล้วแต่ไม่มีคนรับ เลยเอาของกลับไปที่ Fedex สาขาย่อยก่อน รอส่งวันต่อไป

22 Sep
ตัวเครื่องเดินทางมาถึงแล้ว อุ่นใจขึ้นอีกนิด

24 Sep
คิดไปเองว่าหูฟังที่แถมมากับเครื่อง iPhone คงเสียงไม่ค่อยดี แถมไม่ใช่แบบ in-ear ใช้นานๆแล้วจะเจ็บหู
เลยหาข้อมูลหูฟังดีๆ ไปเจอเว็บ thai-audiofile.com เชียร์ sennheiser CX300 กันเยอะ เลยเข้าไป order ที่ amazon เลือก shipping แบบ 1-day shipping (ต้องเพิ่มเงิน)

25 Sep
มี email จาก amazon แจ้งว่าส่งของไปที่ DHL แล้ว
วันเดียวกันนี้ DHL ก็แจ้งว่าส่งของถึงมือแล้ว โอววว เร็วโคตร

27 Sep
เข้าใจผิดเรื่องวันเดินทางของคนหิ้วของนิดหน่อย (เลื่อนเป็นวันที่ 29)

29 Sep
ไป สนามบินสุวรรณภูมิ รอรับของที่เดินทางมาจาก USA ด้วยข้อมูล 3 อย่าง
- ผู้ชาย
- เที่ยงคืนครึ่ง
- จะโทรหา
2 คนกับเมย์ รอตั้งแต่ 5 ทุ่มครึ่ง - ตี5 ทรมานมาก เพราะรอด้วยความกังวลหลายๆอย่าง พอดีมีเครื่องจาก ปักกิ่ง ที่จะลงตอน 0:20 delay มาลงตอน 4:00  ทำให้คิดว่า รออีกหน่อยละกัน ...แต่ตี5 ยังไร้วี่แวว เลยพากันกลับ
นอนไม่หลับ เป็นห่วงของ

30 Sep
ต่่อเนื่องมาจากเมื่อวาน นอนไม่หลับ เริ่มทำใจ

1 Oct
ได้เบอร์มือถือของคนหิ้วของ ใจชื้นขึ้นมามาก รีบโทรไปนัดวันรับของ ตกลงว่าวันพุธเจอกันที่สยาม
เย็นวันเดียวกัน พี่ที่หิ้วของโทรมาตามให้ไปเอาของวันนี้เลย 6 โมง สยาม
รีบออกไปรับของ ฝนตก ทำแว่นตกพื้นโดยไม่รู้ตัว วิ่งกลับมาดูอีกทีู แว่นแหลกละเอียดซะแล้ว

ไปเอาของที่สยาม วินาทีแรกที่เห็นของก็รู้สึก Fail เพราะสภาพคือ โดนแกะพลาสติกออกหมดแล้ว เปิดกล่อง iPhone มาก็เจอ INCASE สวมกับตัวเครื่องอยู่ ... แน่นอน โดนแกะมาใส่ให้  ยกเครื่องขึ้นมา ก็เจอหูฟัง ที่ถูกแกะออกมาแล้วเช่นกัน สภาำพเหมือนของมือ 2 ที่ยังใหม่อยู่ ... แน่นอน ไม่มีใบรับประกันหูฟัง (หูฟังรุ่นนี้ รับประกัน 2 ปี) ดูไปอีกสักพัก ก็พบว่า ไม่มี Film กันรอย ราคา $17 ตัดสินใจโทรไปถาม ได้รับคำตอบว่า ไม่เห็น

คืนนั้นเอง ด้วยความบ้าเห่อ เลยจัดการ unlock แล้วลงโปรแกรมนู่นนี่ซะจนไม่ได้นอนอีก 1 คืน