linux

IE on Gusty Gibbon

update source list แล้วลง wine ก่อนเลย
พอดีใช้ Gusty Gibbon รู้สึกเหมือนมี package นี้อยู่ใน source list แล้ว เลยไม่ต้องทำอะไร
เอาง่ายๆก็ลงผ่าน Synaptic นั่นแหล่ะ หรือไม่ก็

sudo apt-get install wine cabextract

จากนั้นก็เตรียมตัวลง ies4linux

wget http://www.tatanka.com.br/ies4linux/downloads/ies4linux-latest.tar.gz
tar zxvf ies4linux-latest.tar.gz
cd ies4linux-*

รันตัว install
./ies4linux
 

Fedora VS Ubuntu

   VS. 

 

 

 

 

 


result

 

 

 

 


   10 - 0

 

 

 

goodbye ubuntu (server)

 


 

ซวย (ต่อ)

หลังจากที่ปล่อยให้ dd ทำงานไปประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ก็เดินไปดู
ปรากฎว่า clone HDD เสร็จแล้ว ด้วย speed 45k/s
รีบทดสอบ เอา HDD ลูกที่ clone มาเสียบเป็น master แล้ว boot
อ่าาาห์ มีอาการ boot ไม่ได้เหมือน HDD ต้นฉบับเป๊ะ แสดงว่า clone สำเร็จ

เริ่มขั้นตอนต่อไป
ลง OS (Gutsy Gibbon) โดยไม่สนใจ 3 partition หลัง (/usr /var /home) ซึ่งตอนนี้ติดเรท (RAID) อยู่
mount ไม่ได้

ลง OS (Gutsy Gibbon) โดย change type 3 partition หลัง (/usr /var /home) เป็น ext3 ยังไม่ mount
mount ไม่ได้

ลง OS (Gutsy Gibbon) โดย change type 3 partition หลัง (/usr /var /home) เป็น ext3
mount เป็น /media/hda8 /media/hda9 /media/hda10
mount ได้

- พยายามลง Dapper Drake
- Breezy Badger
- พยายามลง postgresql 7.4
- ลง mandrake 9.2
- start service
- http://www.thescripts.com/forum/thread174519.html
- เอาไฟล​์ออกมา
- import postgres ไม่ได้
- ทำ mandrake เป็น postgres server
- ไล่แก้ code ที่ error
- mysql 2007-10-30
- script & postgresql 2006-09
... ยังเขียนไม่จบ เดี๋ยวมาต่อ

ซวย

ซวย 1
เริ้มมาจากไปเผลอ sudo rm /home/tric ซึ่งเป็นที่อยู่ของ source code โปรแกรมสำคัญของ บริษัท
เลยปิด server ถอด HDD (server ตัวนี้ใช้ RAID 1) ออกมา recovery ด้วย r-linux
ซึ่งมารู้ทีหลังว่ามันเป็น demo version ไม่สามารถ recovery ข้อมูลที่มีขนาดเกิน 64K ได้
แต่ยังไงก็ใจชื้นที่ยังพอได้ไฟล์กลับมาบ้าง
ขณะกำลัง scan HDD รอบ 2 ด้วยโปรแกรม recovery ตัวใหม่ ก็เกิดเหตุการณ์สยองขึ้น

ซวย 2
HDD มีควันสีขาวโชยออกมา แล้วมีไฟสีแดงกลม วาบขึ้นมาที่ chip ที่อยู่ใต้ HDD (Maxtor Dimond 9 160GB)
ตกใจมาก อึ้งไปประมาณ 3-4 วินาที แล้วสมองสั่งว่าให้ถอดสาย power ออก
ทันใดนั้น สาย power ก็หลุดออกมา ตามด้วยกลิ่นไหม้ .... บรรยากาศ แบบ สุดๆ (ตอนนั้นอยู่กับน้องที่ office อีก 2 คน)
นั่งอึ้งไปนาน เพราะไม่คิดว่ามันจะไหม้ เกิดมาเพิ่งเคยเจอ HDD ไหม้คามือแบบนี้

พยายามปลอบใจตัวเองว่า เอาน่ะ ไม่เป็นไร ยังไงก็ยังเหลือ HDD อีกลูกที่ RAID ไว้
จัดการเสียบ HDD อีกลูก เพื่อ boot เป็น master

ซวย 3
boot ไม่ขึ้น
เอาล่ะสิ ทำไงดีวะเนี่ย สมองเบลอไปหมดแล้ว
เลยเอา HDD ตัวนี้มาลองเสียบ กับ windows แล้วใช้ r-linux scan ดู
ปรากฏว่า ไฟล์ใน /home/tric ว่างเปล่า
ในใจก็คิดว่า สงสัยมันยังไม่ sync กัน และที่ HDD ลูกนี้ไม่มีไฟล์ใน /home/tric ก็เพราะว่า RAID มันคงเขียนข้อมูลที่ HDD ลูกนี้ก่อนแล้วค่อยไปเขียนข้อมูลที่ลูก master

พยายามดึงข้อมูล database จาก HDD ตัวนี้
เลยเอาไปเสียบกับ linux ตัวอื่น
เริ่มจาก เอาไปเสียบกับ databank (เป็น mandrake เหมือนกัน)
boot ไม่ได้
เอามาเสียบกับ fedora ที่ห้อง network
boot ได้ แต่ mount HDD ไม่ได้
ใช้ Knopix live cd
boot ได้ mount ได้ แต่ access ไฟล์ใน HDD ไม่ได้
ใช้ Ubuntu live cd
boot ได้ mount ไม่ได้ มี error ว่าไม่สามารถ mount partition ที่เป็น RAID ได้

ถึงตรงนี้เลยคาดว่า access ไฟล์ไม่ได้ เพราะติดที่ RAID
โทรหาพี่ตี๋ เล่าเหตการณ์ และปรึกษาเรื่องนี้
ได้ข้อมูลว่าให้ลอง dd (clone) HDD ตัวที่ยังเหลืออยู่ ไป HDD อีกลูกนึง แล้วลง os ใหม่
กับอีกประโยคที่ทำให้ใจหายอีกรอบ "เฮ้ย อย่าไปมั่นใจ raid นะว่าข้อมูลจะเหมือน เพราะไม่รู้ว่ามัน sync ตลอดหรือเปล่า"

ซวย 4
เลยทำให้นึกขึ้นได้ว่า ตอนที่ลองใช้ r-linux scan HDD ตัวที่ไม่ไหม้ ก็รู้สึกว่ามองเห็นไฟล์น้อยกว่าตอนที่ scan HDD ตัวที่ไหม้
เอาแล้วไง จากที่คิดว่าความหวังสุดท้ายยังอยู่ที่ HDD ตัวที่ RAID ไว้ก็หมดความมั่นใจทันที

แต่ยังไงก็ต้องลอง dd แล้วลง os ใหม่ เพื่อ mount partition /var /usr /home เป็น media แล้วเอาข้อมูลมาใช้

เริ่มด้วย clear ไฟล์งานจาก HDD 160GB ของพี่ดั๊กก่อน
จากนั้น เสียบ HDD ทั้ง 2 ตัวแล้วใช้ terminal ของ ubuntu live cd
dd if=/dev/hda of=/dev/hdb bs=1024K

แล้วรอ